top of page

RISE ผนึกกำลัง KMUTT ลงนามความร่วมมือ เสริมศักยภาพคนด้านนวัตกรรมและผู้ประกอบการ พร้อมร่วมขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพของภูมิภาค

  • Writer: RISE
    RISE
  • Mar 11
  • 1 min read

11 มีนาคม 2569 - สำนักงานวิจัย นวัตกรรมและพันธมิตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง มจธ. และ RISE เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาสตาร์ทอัปและสปินออฟเชิงเทคโนโลยี พัฒนาศักยภาพนักศึกษาและบุคลากรด้านนวัตกรรม การเป็นผู้ประกอบการ และ การนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์จริงเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม ณ ห้องประชุม ประภาประจักษ์ศุภนิติ ชั้น 9 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี


โดย รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. ลงนามความร่วมมือร่วมกับ หมอคิด นพ. ศุภชัย ปาจริยานนท์ CEO & Co-Founder ของ RISE โดยมี ผศ. ดร.มารอง ผดุงสิทธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายการเงิน ทรัพย์สินและสารสนเทศ มจธ. และ นายชัยกฤต บวรชุติชัย ผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์และที่ปรึกษา ของ RISE เป็น สักขีพยาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากรของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมในพิธี


ภายใต้การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ ยังได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพิ่มเติม เพื่อกำหนดกรอบการดำเนินงานเชิงปฏิบัติในการสนับสนุนแพลตฟอร์ม Southeast Asia Health Innovation Hub (SEA HI Hub) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุขภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดลองเพื่อเร่งพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมทางการแพทย์และเทคโนโลยีสุขภาพ อันจะนำไปสู่การยกระดับศักยภาพด้านการแพทย์และสุขภาพของภูมิภาคในระยะยาว ทั้งนี้ มี ผศ. ดร.ทัศนีย์วรรณ ลักษณะโสภิณ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและความเป็นผู้ประกอบการ มจธ. เป็นผู้นำการดำเนินงานร่วมกับ RISE


การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง มจธ. และ RISE ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการร่วมพัฒนาองค์ความรู้ รูปแบบ และกลไกการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงภาคการศึกษากับภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเผยแพร่องค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการต่อยอดนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง ทั้งในเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม อันจะนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นอีกก้าวของความร่วมมือในการผลักดัน SEA Health Innovation Hub โดยมีภาคการศึกษาเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเสริมพลังให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

Comments


bottom of page