SPARK GLOBAL ผนึกกำลัง SEA HI Hub เปิดตัวโครงการต่อยอดนวัตกรรมสุขภาพ Translational Health Innovation แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


เครือข่ายนวัตกรรมสุขภาพแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA HI Hub) ประกาศเข้าร่วมเครือข่าย SPARK GLOBAL อย่างเป็นทางการในวันนี้ ด้วยการจัดตั้ง SPARK Southeast Asia ซึ่งถือเป็นโครงการต่อยอดนวัตกรรมสุขภาพ ภายใต้เครือข่าย SPARK แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การแถลงข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นภายในงาน SEA Health Summit 2026 ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร พร้อมประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง SEA HI Hub กับโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาล บริษัทยาและบริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ชั้นนำ ตลอดจนหน่วยงานด้านสาธารณสุขของภาครัฐ ถือเป็นก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพอย่างเป็นระบบทั่วทั้งประเทศ
การเปิดตัว SPARK Southeast Asia นับเป็นก้าวสำคัญของ SEA HI Hub องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งสร้างระบบนิเวศเชื่อม บุคลาการสาธารณสุข นักวิจัย นวัตกร นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายเข้าด้วยกัน จากทั่วทั้งภูมิภาคเข้าด้วยกัน โดยตั้งเป้าเข้าถึงผู้ป่วย 100 ล้านคนภายในปี 2028 การเข้าร่วม SPARK GLOBAL ครั้งนี้ช่วยวางรากฐานด้านการต่อยอดนวัตกรรมสุขภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแพลตฟอร์ม SEA HI Hub ให้พร้อมเป็นสะพานในการนำผลงานวิจัยจากสถาบันพันธมิตรออกจากห้องทดลองไปสู่การใช้งานจริงเชิงคลินิกและเชิงพาณิชย์ที่จับต้องได้
SPARK GLOBAL คือเครือข่ายพันธมิตรระดับนานาชาติของโครงการ SPARK ซึ่งเป็นโครงการต่อยอดนวัตกรรมด้านยาและการแพทย์ ที่ก่อตั้งโดย ดร.ดาเรีย ม็อคลี-โรเซน (Dr. Daria Mochly-Rosen) เมื่อปี 2006 ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ภายใต้แนวคิด "นักวิจัยต่อยอดไร้พรมแดน" (Translational Scientists Without Borders) เครือข่ายนี้เชื่อมโยงสถาบันการศึกษาจากทั้ง 6 ทวีปทั่วโลกเข้าด้วยกัน ภายใต้พันธกิจร่วมคือการลดช่องว่างระหว่างงานวิจัยในห้องทดลองกับการนำนวัตกรรมไปใช้จริงให้เกิดประโยชน์กับผู้ป่วย โดยทางโครงการให้กับสนับสนุนต่าง ๆ กับนักวิจัย ได้แก่ การให้ความรู้ คำปรึกษา และการสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการวิจัย เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมจากงานวิจัยให้เกิดขึ้นจริง
ภายใต้ความร่วมมือนี้ SPARK Southeast Asia จะดำเนินงานภายใต้กรอบการทำงานของ SPARK GLOBAL ซึ่งเปิดโอกาสให้นักวิจัย แพทย์ และนักวิทยาศาสตร์ได้เข้าถึงการให้คำปรึกษาในด้านการพัฒนายา การพัฒนาวิธีวินิจฉัยโรคใหม่ และการต่อยอดเชิงพาณิชย์ โดยมีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและอาสาสมัครจากภาคเอกชนทั่วโลกให้คำปรึกษา นอกจากนี้ SPARK Southeast Asia ยังจะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการศึกษาวิจัยทางคลินิกที่ริเริ่มโดยผู้วิจัย (Investigator-Initiated Trial: IIT) ซึ่งกำลังมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเชื่อมโยงนักวิจัยทางคลินิกเข้ากับการให้คำปรึกษา คำแนะนำด้านการกำกับดูแล และเครือข่ายทางวิชาการ เพื่อสนับสนุนงานวิจัยทางคลินิกที่ขับเคลื่อนโดยผู้วิจัยเอง ทั้งนี้ โครงการจะให้ความสำคัญกับโรคที่ยังรักษาไม่ได้หรือได้ผลไม่ดี (Unmet Medical Needs) เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคสมองเสื่อม ก่อนเป็นอันดับแรก โดยยึดถือประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นที่ตั้ง
ดร.ดาเรีย ม็อคลี-โรเซน ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการร่วมของ SPARK ณ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และ George D. Smith ศาสตราจารย์ด้านการวิจัยทางการแพทย์ต่อยอด แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าวว่า "เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ SPARK Southeast Asia เข้าสู่ประชาคม SPARK GLOBAL ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีศักยภาพอย่างแท้จริงสำหรับการสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์ ทั้งพื้นฐานความเชี่ยวชาญทางคลินิกที่แข็งแรง ปัญหาทางการแพทย์ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และระบบนิเวศนวัตกรรมที่กำลังเติบโต นี่คือความร่วมมือในแบบที่ SPARK GLOBAL ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์"
นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์ ผู้ก่อตั้ง SEA HI Hub และผู้อำนวยการร่วมของ SPARK Southeast Asia กล่าวว่า "ตลอดหลายปีที่ผ่านมา งานวิจัยที่มีศักยภาพจำนวนมากมักหยุดอยู่ในห้องทดลอง ไม่ใช่เพราะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์หรือคุณภาพของงานวิจัยไม่ดีพอ แต่เป็นเพราะไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการเปลี่ยนงานวิจัยเหล่านั้นให้กลายเป็นนวัตกรรมสำหรับผู้ป่วย การเข้าร่วม SPARK GLOBAL ทำให้เรามีแนวทางที่ชัดเจนขึ้นและมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของสิ่งที่เรากำลังสร้างขึ้นใน SEA HI Hub นั่นคือระบบนิเวศที่นวัตกรรมสุขภาพไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ไอเดีย แต่ได้รับการพัฒนา ทดสอบ และนำไปใช้งานจริงในการรักษาผู้ป่วยทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"
นพ.สุวินัย จิระบุญศรี นักนวัตกรรมยาและผู้อำนวยการร่วมของ SPARK Southeast Asia กล่าวว่า "ระหว่างที่อยู่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมและเห็นว่า SPARK มีการดำเนินงานอย่างไร ในการพัฒนายาใหม่ ๆ จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเอง ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีทั้งงานวิจัยคุณภาพสูง บุคลากรที่มีความสามารถ และโจทย์ด้านการแพทย์ที่ท้าทาย สิ่งที่ยังต้องพัฒนาคือระบบสนับสนุนให้งานวิจัยเหล่านี้กลายเป็นนวัตกรรม ซึ่ง SPARK Southeast Asia ตั้งใจจะสร้างขึ้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ SPARK ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเพิ่งจัดงานฉลองที่ยาตัวแรกของโครงการได้รับการอนุมัติขึ้นทะเบียนจาก อย.ของสหรัฐอเมริกา (USFDA) ผมหวังว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราจะได้ฉลองการขึ้นทะเบียนยาตัวแรกจาก SPARK Southeast Asia เช่นกัน"
SPARK Southeast Asia เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายสถาบันพันธมิตร SPARK ที่กระจายอยู่ทั่วโลก ในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชีย และแอฟริกา ซึ่งทุกสถาบันทำงานภายใต้แนวทางเดียวกันในการคัดเลือกและพัฒนาโครงการวิจัยต่อยอดด้านการแพทย์
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SPARK GLOBAL สามารถเข้าชมได้ที่ https://sparkglobal.io/
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SEA HI Hub สามารถเข้าชมได้ที่ https://seahi.health/
เกี่ยวกับ SEA Health Innovation Hub (SEA HI Hub)
เครือข่ายนวัตกรรมสุขภาพแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA HI Hub) คือแพลตฟอร์มไม่แสวงหากำไรที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงนักนวัตกรรมด้านสุขภาพระดับโลกเข้ากับระบบนิเวศด้านการลงทุน การกำกับดูแล และเชิงพาณิชย์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันแพลตฟอร์มเข้าถึงผู้ป่วยกว่า 25 ล้านคนผ่านเครือข่ายพันธมิตร โดยตั้งเป้าเข้าถึงผู้ป่วย 100 ล้านคนภายในปี 2028
เกี่ยวกับ SPARK GLOBAL
SPARK GLOBAL คือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่สนับสนุนการต่อยอดโครงการวิจัยทางการแพทย์คุณภาพสูง ให้เกิดเป็นนวัตกรรมการรักษาใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของโรคที่ยังรักษาไม่ได้ SPARK GLOBAL ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 ในฐานะโครงการที่ต่อยอดจากความสำเร็จของโมเดล SPARK ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และได้ขยายเครือข่ายความร่วมมือไปสู่สถาบันการศึกษากว่า 40 แห่งทั่วโลก พันธกิจของ SPARK GLOBAL คือการผลักดันการค้นพบในห้องทดลองให้กลายเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ ผ่านการให้ความรู้ การให้คำปรึกษา และการสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการที่ได้รับการคัดเลือก โดย SPARK GLOBAL ให้การสนับสนุนโครงการในระดับท้องถิ่นแก่สถาบันการศึกษาและองค์กรไม่แสวงหากำไรที่มุ่งเปลี่ยนแนวคิดที่สร้างสรรค์ให้กลายเป็นนวัตกรรมเพื่อผู้ป่วยและสังคม
สำหรับสื่อมวลชนที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ คุณภาคภูมิ ตันธประภา ทางอีเมล hello@seahi.health



The idea of helping Thai researchers move discoveries from the lab to real patients is powerful. I like that they focus on diseases like cancer and heart issues that really need new answers. colony flow makes the whole process sound much easier to follow for a regular person like me.