RISE  เปิดตัว Corporate Innovation Maturity Model™ ติดสปีดปั้นนวัตกรรมองค์กรฝ่าทุกคลื่นวิกฤต



RISE (ไรส์) สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กร สตาร์ทอัพสัญชาติไทยผู้นำด้านการสร้างนวัตกรรมองค์กรเผย ธุรกิจ 83% ได้รับผลกระทบจากดิสรัปชั่นที่เกิดจากเทคโนโลยี และมีองค์กรเพียง 31% ที่สามารถวางแผนสร้างนวัตกรรมองค์กรได้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เปิดข้อมูลเชิงลึกพบองค์กร 1 ใน 3 คาดหวังรายได้เติบโตจากการสร้างนวัตกรรมองค์กร ระบุโควิด-19 วิกฤตเศรษฐกิจสังคมเป็นปัจจัยเร่งองค์กรให้เปลี่ยนแปลงและพร้อมรับมือกับทุกวิกฤตในอนาคต เปิดความสำคัญและบทบาทของนวัตกรรมองค์กรในปี 2564 ชูโมเดลเข็มทิศชี้วัดระดับนวัตกรรมองค์กร หรือ Corporate Innovation Maturity Model 5 ระดับ ดันองค์กรเดินทางสู่ความสำเร็จด้านนวัตกรรมองค์กร เผยผลสำเร็จจากการช่วยเร่งนวัตกรรมองค์กรกว่า 400 องค์กรตลอด 3 ปี สามารถเพิ่ม GDP ประเทศได้ 0.3% พร้อมย้ำจุดยืนมุ่งพัฒนาองค์กรผลักดัน GDP ประเทศไทยโต 1% สวนกระแสเศรษฐกิจ

นายแพทย์ศุภชัย ปาจริยานนท์ หรือ หมอคิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง RISE กล่าวในงาน “RISE Rethink 2021” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเปิดตัวโมเดลการเติบโตของการสร้างนวัตกรรมองค์กรและให้ข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางการเร่งสปีดนวัตกรรมในปี 2564 ว่า นวัตกรรมองค์กรจะมีความสำคัญและมีบทบาทมากยิ่งขึ้นในปี 2564 ในการผลักดันให้องค์กรเติบโตแบบก้าวกระโดดในยุคหลังวิกฤต ซึ่งเส้นทางของการสร้างและพัฒนานวัตกรรมองค์กรของแต่ละองค์กรจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของธุรกิจ การดำเนินงานและวัฒนธรรมภายในองค์กร รวมถึงการเข้าถึงของเทคโนโลยี อย่างไรก็ตามองค์กรที่จะประสบความสำเร็จในด้านนวัตกรรมองค์กรได้นั้น จะต้องรู้ว่านวัตกรรมองค์กรของตนดำเนินมาถึงจุดใด มีจุดแข็งหรือจุดที่ต้องพัฒนาในด้านใดบ้าง เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างเป้าหมายและการวางแผนการดำเนินงานด้านนวัตกรรมที่ชัดเจนและเหมาะสมกับองค์กรโดยเฉพาะ

การแข่งขันทางธุรกิจ สภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน และวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ส่งผลให้องค์กรทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยต่างจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันและเพื่อก้าวล้ำหน้าคู่แข่งในอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเป็นวิกฤตการณ์ที่มีผลกระทบกับทุกประเทศในโลกไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย นับเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้องค์กรจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ด้วยการเร่งสร้างนวัตกรรมองค์กร จากการนำทักษะความรู้และความคิดสร้างสรรค์ ประยุกต์ใช้เกิดเป็นเครื่องมือสำคัญสู่การพัฒนาพลิกโฉมธุรกิจ เพิ่มโอกาสการแข่งขัน เพื่อทำให้กระบวนการที่ล้าหลังมีความทันสมัย ใช้โอกาสจากนวัตกรรมสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ตอบโจทย์ความต้องการและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ ๆ ตลอดเวลา


“ถึงแม้ว่าองค์กรจะให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรม แต่เราพบว่าองค์กร 83% ได้รับผลกระทบจากดิสรัปชั่นที่เกิดจากเทคโนโลยี ขณะที่องค์กรเพียง 31% สามารถวางแผนสร้างนวัตกรรมองค์กรได้ชัดเจน ขณะเดียวกันยังพบข้อมูลเชิงลึกว่า 1 ใน 3 ขององค์กร คาดหวังผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเติบโตของรายได้จากนวัตกรรม อย่างไรก็ตาม องค์กรส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากความล้มเหลวในการออกแบบและวางแผนการสร้างนวัตกรรมองค์กรในระยะยาวที่เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ คน และวัฒนธรรมภายในองค์กร” นายแพทย์ศุภชัยกล่าว

เพื่อการพัฒนานวัตกรรมองค์กรที่ได้ผลตามเป้าหมาย RISE คิดค้นและพัฒนา ‘โมเดลวัดระดับนวัตกรรมองค์กร’ หรือ ‘Corporate Innovation Maturity Model’ (CIMM) ในการประเมินระดับการเติบโตของนวัตกรรมองค์กรนั้น แบ่งเป็น 5 ระดับ คือ ระดับเริ่มต้น (Newcomer) ระดับสำรวจ (Explorer) ระดับท้าทาย (Challenger) ระดับเชี่ยวชาญ (Practitioner) และระดับแชมเปี้ยน (Champion) เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถใช้เป็นเข็มทิศก่อนกำหนดแผนที่ในการเดินทางบนถนนนวัตกรรมองค์กร มีขั้นตอนการประเมินระดับการเติบโตของนวัตกรรมองค์กรเบื้องต้นผ่านแบบสอบถามที่ช่วยองค์กรวิเคราะห์จาก 2 ปัจจัยหลักและ 6 หัวข้อย่อย โดยปัจจัยด้านบุคลากร (People) ประกอบด้วย 3 หัวข้อย่อย ได้แก่ ความพร้อมของผู้นำ (Leadership) ศักยภาพของทีมงาน (Team Capability) และกระบวนการภายในองค์กร (Organizational Process) สำหรับปัจจัยด้านเทคโนโลยี (Technologies) ประกอบด้วย 3 หัวข้อย่อย ได้แก่ เครื่องมือ (Tools) ข้อมูล (Data) และระบบนิเวศน์ (Ecosystem) ทั้งนี้ ผลการประเมินที่องค์กรจะได้รับเป็นข้อมูลเบื้องต้น คือ ระดับการเติบโตของนวัตกรรมองค์กร คะแนนรวมพร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับระดับของปัจจัยทั้ง 6 หัวข้อย่อยดังกล่าว และความถนัดทางนวัตกรรมขององค์กร


“เมื่อองค์กรรู้ว่านวัตกรรมองค์กรของตนอยู่ในระดับใด องค์กรจะสามารถปรับแผนนำทาง หรือ Roadmap ในการสร้างนวัตกรรมองค์กรได้เหมาะสมและประสบความสำเร็จในการเร่งสร้างนวัตกรรม เช่น องค์กรอยู่ในระดับท้าทาย (Challenger) มีการวางแผนด้านนวัตกรรมองค์กรอย่างชัดเจน รวมถึงมีการเตรียมความพร้อมให้กับพนักงานด้วยทักษะพื้นฐานด้านนวัตกรรมไว้แล้ว ควรเริ่มที่จะหาแนวทางในการดึงศักยภาพด้านนวัตกรรมองค์กรมาใช้ในการเปลี่ยนไอเดียนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้แก่องค์กรได้ โดยผ่านโปรแกรมอย่าง Venture Building หรือเริ่มมองหาสตาร์ทอัพที่มีเทคโนโลยีสามารถเข้ามาช่วยต่อยอดไอเดียนวัตกรรมให้เกิดขึ้นจริงในระยะเวลาที่รวดเร็ว อย่างการเข้าร่วมโปรแกรม Corporate Accelerator” นายแพทย์ศุภชัยอธิบาย


อนึ่ง ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ RISE ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อช่วยองค์กรเร่งสปีดในการสร้างนวัตกรรม สามารถผลักดันองค์กรกว่า 400 องค์กรให้ประสบความสำเร็จในการสร้างนวัตกรรมตามเป้าหมาย โดย RISE ได้ช่วยเพิ่ม GDP ให้กับประเทศไทยไปแล้ว 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 0.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไทย หรือ GDP ทั้งนี้ RISE ยังคงมุ่งมั่นในการเพิ่ม 1% GDP ของประเทศสวนกระแส GDP ที่กำลังถดถอย ควบคู่กับการผลักดันให้ไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นหนึ่งในย่านธุรกิจและนวัตกรรมของโลกด้วยอีกด้วย


หากท่านใดสนใจประเมินระดับการเติบโตของนวัตกรรมขององค์กร ด้วย ‘Corporate Innovation Maturity Model’ (CIMM) ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมและทำแบบประเมินได้ที่ riseaccel.com/cimm



Be the first to get our updates and special offers

RISE (Headquarter)

127 Gaysorn Tower, Level 22, Unit A, D, E, F, Corridor, Ratchadamri Road, Lumpini, Pathumwan,

Bangkok 10330

Phone : (+66) 2 256 9918

E-mail : hello@riseaccel.com