[แจกฟรี] Innovation Continuity Plan แผนการสร้างและพัฒนานวัตกรรมในภาวะวิกฤต




วิกฤตการณ์ COVID-19 ได้เริ่มกลับมาระบาดอีกครั้ง ซึ่งไม่ได้ทำลายแค่สุขภาพของคนเท่านั้น แต่ยังทำลายเศรษฐกิจ และทำให้องค์กรและธุรกิจส่วนใหญ่ตกอยู่สภาวะวิกฤต ต้องเร่งปรับตัว งัด Business Continuity Plan ออกมาใช้กันขนานใหญ่


Business Continuity Plan หรือ BCP เป็นเหมือนแผนการที่เตรียมไว้ เพื่อให้องค์กรพร้อมรับมือกับสภาวะฉุกเฉิน หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น และช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด แต่แท้จริงแล้ว หากเราลองมองในอีกมุมหนึ่ง ในช่วงวิกฤตนี้อาจเป็นช่วงที่เราได้ค้นพบโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่สามารถพลิกวิกฤตให้เป็น ‘โอกาส’ ก็เป็นได้


RISE สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กรระดับภูมิภาค ที่ทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆเพื่อเร่งสปีดนวัตกรรมผ่านโปรแกรมที่ได้รับการยอมรับจากกว่า 400 องค์กรทั่วเอเชีย เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างนวัตกรรมในช่วง COVID-19 รวมถึงสภาวะวิกฤตอื่นๆที่ไม่อาจคาดเดาได้ เพื่อที่องค์กรจะสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาส จึงพัฒนา Innovation Continuity Plan หรือ ICP ขึ้นมา เพื่อใช้คู่ขนานกับ Business Continuity Plan ขององค์กร พร้อมฝ่าวิกฤตการณ์ COVID-19 ด้วยนวัตกรรม


“ในสภาวะวิกฤตแบบนี้ ผู้นำองค์กร คือ ตัวแปรที่สำคัญอย่างมากกับความอยู่รอดขององค์กรและพนักงาน สิ่งที่คุณต้องเริ่มทำตอนนี้คือ เริ่มคิดก่อน เริ่มลงมือทำก่อน เป้าหมายของเราคือ อยากให้ทุกคนรอด หรือถ้าดีกว่านั้นคือ รุ่ง คือสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เริ่มกลับมายืนได้อีกครั้ง และมีกำลังพอที่จะไปช่วยเหลือคนอื่นต่อ เพราะสุดท้ายประเทศต้องเดินหน้าต่อไป” — หมอคิด นายแพทย์ศุภชัย ปาจริยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง RISE สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กร

Innovation Continuity Plan คืออะไร?

Innovation Continuity Plan (ICP) คือ แผนในการสร้างหรือพัฒนานวัตกรรมภายในองค์กรที่ใช้รับมือเหตุการณ์ต่างๆที่ทำให้การดำเนินงานปกติขององค์กรต้องหยุดชะงักลง ทำให้องค์กรสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจต่อเนื่องได้เร็วที่สุดด้วยโซลูชั่นใหม่ที่ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาหรือลดความเสียหายต่อลูกค้า, ทรัพย์สิน, ชื่อเสียง และการดำเนินธุรกิจขององค์กร แต่สามารถเพิ่มโอกาสใหม่ในการทำธุรกิจอีกด้วย


ทำไม Innovation Continuity Plan ถึงจำเป็น?

  1. Creating new opportunities: ช่วยเปิดใจ เปลี่ยนมุมมอง เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจในภาวะวิกฤต

  2. Encouraging employee participation: ช่วยเปิดโอกาสให้คนในองค์กรมีส่วนร่วมในการหาโซลูชั่นใหม่ไปด้วยกัน

  3. Fostering new collaboration: ช่วยเปิดรับความร่วมมือกับภายนอก เพื่อสามารถลงมือทำตามกลยุทธ์ที่วางไว้ได้รวดเร็วมากขึ้น

  4. Exploring the new value: ช่วยเปิดช่องทางใหม่ในการสร้างมูลค่าทางธุรกิจใหม่ให้องค์กร


เริ่ม Innovation Continuity Plan ด้วย Innovation Continuity Canvas

Innovation Continuity Canvas ถูกออกแบบมาควบคู่กับ Innovation Continuity Plan เพื่อให้องค์กรสามารถเริ่มทำลงมือทำ ICP ได้ง่ายที่สุด เพราะ canvas นี้จะช่วยจัดอันดับความสำคัญของสิ่งที่ธุรกิจจำเป็นต้องใช้ในการทำ Innovation Continuity Plan และช่วยให้ทีมที่มีหน้าที่ปฏิบัติตามแผนเห็นภาพเดียวกันเพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน


การวางแผน Innovation Continuity Plan จะมีความแตกต่างจากการวางแผน Business Continuity Plan อย่างมากในเรื่องของระยะเวลาในการวางแผนและผลลัพธ์ที่ได้

  • ระยะเวลาในการวางแผน — ICP ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการประเมินความเสี่ยงและวางแผนนานเท่ากับ BCP ควรเอามาใช้ในระยะที่องค์กรเริ่มเห็นสัญญาณวิกฤต อย่างเช่น การระบาดใหญ่ของ COVID-19 หรือแม้แต่วิกฤตที่องค์กรไม่ทันได้ตั้งตัว เช่น อุบัติเหตุไฟไหม้โรงงาน หรือ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ เป็นต้น ซึ่งนั่นหมายความว่าพนักงานทุกคนในองค์กรจะต้องได้รับการเทรนวิธีการใช้ ICP ก่อนการเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

  • ผลลัพธ์ที่ได้ — ICP จะเน้นผลลัพธ์ที่ออกมาในรูปแบบของการสร้างและพัฒนานวัตกรรม เพื่อเป็นโอกาส หรือโซลูชันใหม่ของธุรกิจ ในขณะที่ BCP จะเน้นในแง่ของการจัดการและบริหารธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น ไม่สะดุด แม้ในยามวิกฤต

ใช้ Innovation Continuity Canvas อย่างไร?

Innovation Continuity Canvas ประกอบไปด้วย 9 ช่อง ดังต่อไปนี้



สามารถดาวน์โหลด Full version ของ Innovation Continuity Canvas ได้ที่ >> http://bit.ly/ICPbyRISE_TH
For English version >> http://bit.ly/ICPbyRISE_EN

WHAT: สถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นกับธุรกิจ

(1) SITUATION: สภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นคืออะไร และมีผลกระทบอย่างไรธุรกิจของเราในภาพรวม

(2) MISSION-CRITICAL: สิ่งที่จำเป็นสำหรับการอยู่รอดของธุรกิจคืออะไร


HOW: วิธีการที่ธุรกิจจะใช้เพื่อหาโซลูชั่นใหม่

(3) MINDSET: คำถามใหม่ๆที่เกิดจากการมองธุรกิจในมุมที่แตกต่างออกไปจากวิธีคิดเดิมๆ เพื่อหาโอกาสใหม่ทางธุรกิจ

(4) STRATEGY: กลยุทธ์ที่ต้องใช้หรือสิ่งที่ต้องทำเพื่อทำให้ธุรกิจอยู่รอด

(5) TECHNOLOGY: เทคโนโลยีรูปแบบใดที่จะนำมาใช้เพื่อให้ธุรกิจดำเนินการตามกลยุทธ์ที่วางไว้ได้


WHO: ผู้ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในแผนการนี้

(6) RESOURCES: ทรัพยากรใดที่จะเป็นต้องใช้ในการดำเนินการนี้ ไม่ว่าจะเป็น คน งบประมาณ หรือ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

(7) COLLABORATION: ใครหรือองค์กรใดที่สามารถเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์กับธุรกิจ เพื่อให้แผนการสร้างและพัฒนานวัตกรรมสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

(8) CHANNELS: ช่องทางใดที่สามารถใช้ในการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

VALUE: ความสำเร็จที่วัดผลได้

(9) VALUE: อะไรคือตัวชี้วัดความสำเร็จที่วัดผลได้ของแผนการนี้ (ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่ยอดขายเท่านั้น)




Innovation Continuity Canvas in Action: ตัวอย่างการใช้ ICP ในสภาวะวิกฤต


Case Study 1: แพลตฟอร์ม E-commerce ด้านแฟชั่น ที่เพิ่มรายได้ช่องทางใหม่จากการขายสินค้าอุปโภคบริโภคในแพลตฟอร์ม ในช่วงเวลาที่ผู้คนลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

WHAT: สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ลง ผู้คนมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น เน้นซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเท่านั้น ทำให้แพลตฟอร์ม E-commerce ด้านแฟชั่น มียอดขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำอย่างไรธุรกิจจะสามารถมีรายได้เข้ามาและมีเงินหมุนเวียนเพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอด ไม่ต้องให้พนักงานออก


HOW: เพื่อหาทางออกให้กับธุรกิจ ผู้บริหารจึงตั้งคำถามใหม่ว่า เรามีแพลตฟอร์ม E-commerce ด้านแฟชั่นที่แข็งแรงอยู่แล้ว ในสถานการณ์นี้ที่คนไม่ใช้จ่ายกับของฟุ่มเฟือยเราสามารถเป็นแพลตฟอร์ม E-commerce สำหรับสินค้าอื่นได้หรือไม่? บริษัทจึงตัดสินใจที่จะขายของที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน อย่าง อาหาร ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้าน โดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามาช่วย เพื่อสื่อสารกับลูกค้า ผู้ผลิต และแบรนด์สินค้าต่างๆ รวมถึงกาารปิดการขาย


WHO: เพื่อทำให้สามารถดำเนินการตามแผนได้อย่างรวดเร็ว บริษัทตัดสินใจหาพาร์ทเนอร์ ไม่ว่าจะเป็นสตาร์ทอัพและร้านค้าที่ขายอาหารและเครื่องดื่ม ซุปเปอร์มาร์เก็ต ตลาดในชุมชน และสตาร์ทอัพที่ให้บริการด้าน delivery รวมทั้ง มีการเพิ่มเติมช่องทางการชำระเงิน เพื่อรองรับการชำระเงินปลายทางอย่างการสแกน QR Code ซึ่งวิธีการสื่อสารไปยังลูกค้า ก็ใช้การทำการตลาดผ่านสื่อโซเชียล ใช้ KOL (Key Opinion Leader) และทีมเซลล์และฝ่ายบริการลูกค้าช่วยซัพพอร์ตลูกค้าอีกแรง


VALUE: โอกาสใหม่ของแพลตฟอร์ม E-commerce ด้านแฟชั่น เจ้านี้ก็คือ มีพ่อค้าแม่ค้ามาขายสินค้าบนแพลตฟอร์มมากขึ้น สามารถมีรายได้เพิ่มเติมจากการขายสินค้าแฟชั่น และสุดท้ายยังได้ข้อเสนอแนะจากลูกค้าที่ได้ใช้บริการใหม่นี้อีกด้วย

ตัวอย่างถัดไป เป็นตัวอย่างจาก RISE สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กร ของเรานั่นเอง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 เช่นเดียวกัน


Case Study 2: Experiential Workshop เวิร์กชอปที่ต้องลงมือทำในคลาส ถูกยกประสบการณ์การเข้าเรียนขึ้นมาอยู่ในออนไลน์

WHAT: สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในประเทศไทยที่ยังไม่มีทีท่าที่จบลงได้ในเร็ววัน รัฐบาลได้ออกมาตรการล๊อคดาวน์ รณรงค์เรื่องของ Social Distancing หรือการเว้นระยะห่างทางสังคม ให้ทุกคนอยู่บ้าน ทำงานจากบ้าน เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ซึ่งด้วยมาตรการและพฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนไปทำให้เวิร์กชอปด้านนวัตกรรมแบบลงมือทำของ RISE ไม่สามารถจัดได้ ทำอย่างไรที่ RISE จะสามารถเปิดเวิร์กชอปด้านนวัตกรรมแบบลงมือทำในช่วงที่เราไม่สามารถให้คนมาเข้าร่วมแบบเจอตัวกันได้


HOW: เพื่อหาทางออกให้กับสถานการณ์นี้ RISE จึงตั้งคำถามใหม่ว่า ถ้าหัวใจของการจัดเวิร์กชอปของเรา คือ เนื้อหาเข้มข้น ผู้สอนที่รู้จริง และการลงมือทำ เพื่อปั้นนวัตกรองค์กรที่สามารถสร้างและพัฒนานวัตกรรมได้จริง เราสามารถเปลี่ยนรูปแบบของเวิร์กชอป แต่คงไว้ซึ่งประสบการณ์เสมือนได้เรียนในห้องเวิร์กชอปได้หรือไม่? RISE ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนไปจัดเวิร์กชอปแบบลงมือทำแบบออนไลน์ ด้วยราคาที่สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น รวมถึงมีการจัดทำ Toolbox ที่รวบรวมเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆที่เหมือนกับที่ใช้ในเวิร์กชอปปกติ เพื่อให้ได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่ใกล้เคียงกับการเรียนในห้องมากที่สุด โดยเราใช้แพลตฟอร์มประชุมออนไลน์ในการจัดเวิร์กชอปแทน


WHO: เพื่อทำให้สามารถดำเนินการตามแผนได้อย่างรวดเร็ว RISE ร่วมกับผู้สอนหลักสูตรต่างๆ เพื่อจัดเวิร์กชอปแบบออนไลน์ และได้รับการสนับสนุนจากทั้งพาร์ทเนอร์ที่เป็นสื่อและองค์กรต่างๆที่สนใจด้านนวัตกรรม ช่วยโปรโมทเวิร์กชอปที่จัดขึ้น มีการทดลองจัดเวิร์กชอปออนไลน์กับพนักงานของ RISE และตัวแทนจากองค์กรต่างๆ เพื่อพัฒนาเวิร์กชอปออนไลน์ที่มีเนื้อหาเข้มข้น สามารถลงมือทำได้จริง และมีการแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะได้แบบเหมือนมาเรียนในห้อง ซึ่งวิธีการสื่อสารไปยังลูกค้า ก็ใช้การทำการตลาดผ่านฐานลูกค้าของ RISE สื่อโซเชียล และ KOL (Key Opinion Leader) ต่างๆ


VALUE: โอกาสใหม่ที่ RISE จะศึกษาและพัฒนาการจัดเวิร์กชอปออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น โดยและจัดได้บ่อยขึ้น



ปัจจัยที่จะทำให้ Innovation Continuity Plan สำเร็จคืออะไร?

สำหรับ RISE การทำ Innovation Continuity Plan ก็คล้ายกับการสร้างและพัฒนานวัตกรรมองค์กรในสภาวะปกติ ICP จะสำเร็จได้นั้น ปัจจัยที่สำคัญ คือ ‘ผู้นำองค์กร’ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูง หรือระดับหัวหน้าทีมที่ย่อยลงมาในแผนกต่างๆ

‘ผู้นำ’ ในองค์กร ต้องกล้านำ ต้องเริ่มก่อน เริ่มเปลี่ยนทัศนคติและเริ่มลงมือทำก่อน ด้วยวิธีคิดแบบนวัตกร 3 ข้อ ได้แก่

  • RISK over SAFETY: กล้าเสี่ยง มากกว่า หลบอยู่ในโซนปลอดภัย

ผู้นำที่มีวิธีคิดแบบนวัตกรจะเลือกที่จะลองทำอะไรใหม่ๆ แม้จะเสี่ยงอยู่บ้าง แต่อาจจะพาไปสู่ผลลัพธ์ดีกว่าเดิม มากกว่าที่จะทำสิ่งเดิมที่ชำนาญอยู่แล้ว และให้ผลลัพธ์เท่าเดิม

  • SPEED over SCALE: ทำให้ไว มากกว่า ทำให้ใหญ่

นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการทำโปรเจคใหญ่โต ทุ่มงบประมาณหลักล้าน แต่สิ่งที่ผู้นำที่มีวิธีคิดแบบนวัตกรต้องให้ความสำคัญ คือการสร้างและพัฒนานวัตกรรมให้ไว แม้บางครั้งอาจจะไปสมบูรณ์แบบ 100% อาจจะมีผิดพลาดไปบ้าง เราจะเรียนรู้และนำความผิดพลาดนั้นมาปรับปรุงแก้ไข

  • PRACTICE over THEORY: เรียนรู้จากการลงมือทำ มากกว่า เชื่อแต่ตำรา

หลายๆครั้งที่เราสร้างนวัตกรรม เวลาที่ใช้ส่วนใหญ่มักจะถูกใช้ไปกับการศึกษาหาข้อมูล มากกว่าการลงมือทำ แต่เคล็ดลับความสำเร็จของนวัตกรรมส่วนใหญ่คือการเรียนรู้จากการลงมือทำ รับข้อเสนอแนะจากลูกค้าหรือผู้ใช้งาน และนำไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนานวัตกรรมนั้นๆต่อไป


สุดท้ายนี้ RISE สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กร เชื่อมั่นว่า Innovation Continuity Plan ที่เราได้พัฒนาขึ้นมาจะสามารถช่วยให้ธุรกิจต่างๆสามารถคิดวิธีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อฝ่าฟันและผ่านพ้นช่วงวิกฤตแบบนี้ไปได้


สามารถดาวน์โหลด Full version ของ Innovation Continuity Canvas ได้ที่ >> http://bit.ly/ICPbyRISE_TH
For English version >> http://bit.ly/ICPbyRISE_EN

ปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ ICP หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรมองค์กรได้ที่

Facebook: RISECorporateInnovation


Email: hello@riseaccel.com


Phone: (+66) 2 046 2929


Website: riseaccel.com

Be the first to get our updates and special offers

RISE (Headquarter)

127 Gaysorn Tower, Level 22, Unit A, D, E, F, Corridor, Ratchadamri Road, Lumpini, Pathumwan,

Bangkok 10330

Phone : (+66) 2 256 9918

E-mail : hello@riseaccel.com