Corporate Innovation & Transformation Trends 2021



Corporate Innovation & Transformation Trends 2021

6 เทรนด์ ที่จะช่วยให้องค์กรของคุณ เปลี่ยนแปลงด้วยนวัตกรรม และก้าวทันโลกในปี 2021


การพัฒนานวัตกรรม และ การทำ Transformation เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรควรให้ความสนใจและเริ่มลงมือทำ

แต่สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้แนวทางการสร้างความเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนไปตลอดเวลา

และนี่คือเทรนด์และแนวทางปฎิบัติ สำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างนวัตกรรมและสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อองค์กร สำหรับปี 2021 นี้


ดาวน์โหลดรีพอร์ตฉบับเต็ม พร้อมแนวทางปฏิบัติ ได้ที่ bit.ly/CorporateInnovationTrends2021

Trend #1: Resilient and Springboard Leaders

ฟื้นตัวและนำพาองค์กรก้าวไปข้างหน้าอย่างก้าวกระโดด ผ่านผู้นำองค์กร



“สิ่งที่ผู้นำจะต้องคิดไปให้ไกลกว่านั้น คือ หลังจากที่เราฟื้นตัวกลับมาแล้ว ต้องไม่ใช่เพียงแค่ล้มแล้วลุก แต่จะสามารถพุ่งตัวก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วได้อย่างไร”

ปี 2020 ที่ผ่านมา เราอาจจะเคยได้ยินคำที่มีการพูดถึงอย่างแพร่หลาย ในช่วง COVID-19 คือคำว่า “Resilience” หรือแปลตรงตัวว่า ความยืดหยุ่น ซึ่งถูกเอามาใช้ในความหมายของการปรับตัวและฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น หรือก็คือการ ล้มและลุกได้อย่างรวดเร็ว โดยสำหรับองค์กรแล้ว หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญคือการที่ ผู้นำหรือผู้บริหารองค์กร ควรมี mindset ของ Resilience หรือที่รู้จักกันในนาม “Resilient Leaders” หรือก็คือผู้นำที่สามารถพาองค์กรฟื้นตัวจากวิกฤตได้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่ผู้นำองค์กรเริ่มนำมาปรับใช้ในปีที่ผ่านมา


และในปี 2021 นี้ ขณะที่วิกฤตการณ์ COVID-19 เริ่มกลับมาระบาดอีกครั้ง การเป็นผู้นำที่ฟื้นตัวได้ในวิกฤตอย่างเดียวอาจยังไม่พอ เพราะนอกจากการมีวิสัยทัศน์ว่า เราจะฟื้นในวิกฤตกลับมาได้ยังไงแล้ว สิ่งที่ผู้นำจะต้องคิดไปให้ไกลกว่านั้น คือ หลังจากที่เราฟื้นตัวกลับมาแล้ว ต้องไม่ใช่เพียงแค่ล้มแล้วลุก แต่จะสามารถพุ่งตัวก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วได้อย่างไร ในช่วงระหว่างและหลังจากวิกฤตผ่านพ้นไป เพื่อให้องค์กรไม่เพียงสามารถเอาตัวรอดได้ แต่สามารถนำพาธุรกิจให้เติบโตและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ แม้จะเกิดวิกฤตที่ไม่คาดคิดขึ้นมาอีก ซึ่ง RISE ได้เรียกผู้นำที่มีแนวคิดแบบนี้ว่า “Resilient and Springboard leaders”



Trend #2: Everyone Own Their Owned Change: Not Only Change Agents But Everybody Can Change Their Own Game

ไม่ใช่แค่ "Change Agents" แต่ "ทุกคน" คือผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงองค์กร



“หากเราสามารถสร้างหรือปลูกฝัง mindset ให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจถึงบทบาทของตัวเองที่มีต่อองค์กรมากขึ้น และสร้างความเปลี่ยนแปลงในบทบาทของตัวเอง คนเหล่านี้ก็สามารถมีบทบาทในฐานะ Change Agents ได้”

ที่ผ่านมา การสร้างความเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร เรามักมอบหมายให้เป็นหน้าที่ของกลุ่มคนที่เรียกว่า “Change Agents” ซึ่งอาจได้รับการคัดเลือกจากความเป็นผู้นำ ความสามารถ และประสบการณ์เป็นหลัก


แต่ในอนาคต หากองค์กรต้องการปรับเปลี่ยนตัวเองให้ คล่องตัว และ Lean ขึ้น บางครั้งการมอบหมายให้เป็นหน้าที่ของคนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ก็อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงได้เพียงบางส่วน หรือไม่รวดเร็วอย่างที่ควรจะเป็น


รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมให้เกิดขึ้นในองค์กร โดยทั่วไป องค์กรมักปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ แผนกวิจัยและพัฒนา (Research & Development) หรือแผนกพัฒนานวัตกรรม (Innovation team) แต่ในความเป็นจริงแล้ว นวัตกรรม สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกคน ไม่จำเป็นต้องรวมศูนย์อยู่ที่ 2 แผนกดังกล่าวเท่านั้น แต่องค์กรสามารถกระจายและสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นได้จากทุกคน ทุกหน่วยงาน โดยไม่ต้องรวมศูนย์อยู่ที่หน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่ง (Decentralized Innovation Unit) ซึ่งอาจนำไปสู่แนวคิดหรือมุมมองใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในการบริหารแบบรวมศูนย์อย่างที่ผ่านมา



Trend #3: Outcome-focused: To Build the Tangible, Actionable, and Measurable Innovation

แค่ไอเดียอย่างเดียวไม่พอ ถึงเวลาของการพัฒนา นวัตกรรม “ให้เกิดขึ้นจริง” “ใช้งานได้จริง”และ “วัดผลได้จริง”



“หากองค์กรต้องการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ การเริ่มพัฒนานวัตกรรมองค์กร ให้เกิดขึ้นจริง (Tangible), ดำเนินการและใช้งานได้จริง (Actionable), และวัดผลได้จริง (Measurable) ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับองค์กร”

อ้างอิงจากโมเดลวัดระดับนวัตกรรมองค์กร หรือ Corporate Innovation Maturity Model™ ที่ RISE ได้ทำการวัดระดับองค์กรมามากกว่า 400 องค์กร ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่า จากระดับนวัตกรรมองค์กร 5 ระดับ กว่า 79% ขององค์กร ยังคงอยู่ในระดับที่ 2 และ 3 หรือก็คือ เป็นระดับที่เริ่มมีการวางแผนว่าจะเปลี่ยนแปลงองค์กร รวมถึงมีการพัฒนา mindset และ skillset ของบุคลากรไปบ้างแล้ว


แต่สิ่งที่องค์กรส่วนใหญ่ยังไปไม่ถึง และต้องทำเป็นลำดับถัดไป หลังจากสร้างวัฒนธรรมองค์กร และการพัฒนาบุคลากรที่มีแนวคิดและทักษะในการพัฒนานวัตกรรมองค์กรแล้ว คือ การพัฒนาไอเดีย ให้เกิดขึ้นเป็น นวัตกรรม ได้จริง


ในปี 2021 นี้ หากองค์กรต้องการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ การเริ่มพัฒนานวัตกรรมองค์กร ให้เกิดขึ้นจริง (Tangible), ดำเนินการและใช้งานได้จริง (Actionable), และวัดผลได้จริง (Measurable) ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับองค์กร โดยอาจเป็นได้ทั้งการสร้างนวัตกรรม เพื่อให้เกิดข้อได้เปรียบหรือเป็นหนทางสร้างรายได้ใหม่ๆในองค์กร, เพื่อลดค่าใช้จ่าย, รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กร



Trend #4: Cross-industry Innovation: Collaboration and Partnership Across Industries

ข้ามขีดจำกัดนวัตกรรม ด้วยความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม



“ความร่วมมือระหว่างองค์กร หรือข้ามอุตสาหกรรม (Cross-Industry Collaboration) อาจทำให้เกิดนวัตกรรมหรือโซลูชั่นใหม่ๆ ที่ไม่สามารถพัฒนาขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง”

การสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นนั้น มีปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมากมาย และไม่อาจสำเร็จได้ง่ายๆด้วยตัวคนเพียงคนเดียว โดยทั่วไปแล้ว นอกจากการสร้างนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากแผนก Research & Development หรือ แผนกที่ดูแลเรื่องนวัตกรรมโดยตรงแล้ว นวัตกรรมในองค์กรมักเกิดจากความร่วมมือกันระหว่างแผนกหรือหน่วยงาน (Cross-functional Collaboration) เพราะว่าการมีบุคลากรหรือทักษะที่หลากหลาย ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในการพัฒนานวัตกรรมให้เกิดขึ้น ดีกว่าการที่ภายในองค์กรไม่ร่วมมือกันสร้างสิ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า


จากผลสำรวจของ Accenture ผู้บริหารกว่า 75% ยอมรับว่า หน่วยงานต่างๆมีการแข่งขันกัน แทนที่จะร่วมมือกัน ในการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัล ซึ่งอาจทำให้องค์กรไม่ได้รับผลกระทบในแง่บวกเท่าที่ควร และอาจนำไปสู่ความล้มเหลวในการสร้างนวัตกรรม


ซึ่งจริงๆแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่การร่วมมือกันระหว่างแผนกภายในองค์กรเท่านั้น ที่จะนำไปสู่การสร้างนวัตกรรม ในทางเดียวกัน ความร่วมมือระหว่างองค์กร หรือข้ามอุตสาหกรรม (Cross-Industry Collaboration) อาจทำให้เกิดนวัตกรรมหรือโซลูชั่นใหม่ๆ ที่ไม่สามารถพัฒนาขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง เพราะแต่ละองค์กรนั้นมีความเชี่ยวชาญและความถนัด ความรู้ในอุตสาหรรม มุมมองธุรกิจ หรือเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน



Trend #5: Overcome the Disruption with Exponential and Deep Technology

ก้าวข้ามการถูก disrupt ด้วยนวัตกรรมองค์กรจากเทคโนโลยีขั้นสูง



“จากสตาร์ทอัพที่เป็นเสมือน Disruptor ที่เข้ามาทำให้องค์กรใหญ่ ๆ ต้องหวั่นกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเทคโนโลยี กลายเป็นความสัมพันธ์แบบ Collaboration หรือการร่วมมือกันมากขึ้น เพื่อสร้างจุดแข็งให้กับองค์กรให้เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยไม่ต้องสร้างนวัตกรรมที่มีอยู่แล้วในตลาดด้วยตนเอง พร้อมได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย”

Deep Technology หรือ เทคโนโลยีขั้นสูง ที่อาศัยการวิจัยค้นคว้าเชิงลึกในการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ยากต่อการทำซ้ำหรือลอกเลียนแบบ ในขณะเดียวกันก็ได้สร้างอิมแพคที่ขับเคลื่อนหลายอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดไปด้วย


การลงทุนของในเทคโนโลยีขั้นสูง นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการนวัตกรรมองค์กรและสตาร์ทอัพ เพราะการร่วมลงทุน ร่วมสร้างนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ ทางฝั่งสตาร์ทอัพที่ต้องการเงินทุน เคสปัญหาจริง รวมถึงข้อมูลเชิงลึกของอุตสาหกรรม และลูกค้า เพื่อให้สามารถพัฒนานวัตกรรมเปลี่ยนโลกต่อไปได้ ส่วนทางฝั่งองค์กรใหญ่ที่ต้องการนวัตกรรมที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ทั้งภายในองค์กรเอง หรืออุตสาหกรรมในภาพใหญ่ในระยะเวลาที่รวดเร็ว เพื่อสร้างจุดแข็งให้กับองค์กรให้เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยไม่ต้องสร้างนวัตกรรมที่มีอยู่แล้วในตลาดด้วยตนเอง


ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะได้เห็นบทบาทเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีต่อการพัฒนานวัตกรรมองค์กรอย่างแพร่หลายมากขึ้น ที่เกิดจากการร่วมมือ หรือร่วมลงทุน ระหว่างองค์กรใหญ่และสตาร์ทอัพที่มีความสัมพันธ์แบบ Collaboration มากกว่า Disruption ซึ่งหากนวัตกรรมขั้นสูงเหล่านี้ สามารถนำมาใช้เป็นโซลูชันในอุตสาหกรรมได้จริงในวงกว้างมากขึ้น อาจจะทำให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตามมาอีกนับไม่ถ้วนก็เป็นได้



Trend #6: Automation for Innovation

ขับเคลื่อนนวัตกรรมองค์กร ด้วยระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ



“ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ สามารถทำงานบางอย่างแทนมนุษย์ และเปิดโอกาสให้คนในองค์กร นำเวลาที่ได้กลับมา ไปทำในสิ่งอื่นที่จำเป็นและมีความหมาย หรือแม้แต่การใช้เวลาเหล่านั้น ในการพัฒนานวัตกรรมองค์กรให้เกิดขึ้น”

มีงานวิจัยที่ทำร่วมกันระหว่าง Adobe และ Forrester พบว่า 82% ของผู้นำองค์กร เชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ และผลลัพธ์ทางธุรกิจ มีความเชื่อมโยงกัน


คำถามที่ตามมาคือ เพราะอะไร องค์กรจำนวนมากถึงไม่สามารถดึงคุณสมบัติเหล่านี้จากบุคลากรที่มีได้


เหตุผลหนึ่งคือลักษณะงานหลายประเภท บังคับให้เราต้องจดจ่อกับมันตลอดเวลา แม้จะใช้ทักษะไม่มาก และเป็นไปในลักษณะทำซ้ำ


แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทำงานเหล่านั้นแทน เท่ากับเปิดโอกาสให้คนในองค์กร นำเวลาที่ได้กลับมา ไปทำในสิ่งอื่นที่จำเป็น มีความหมาย สร้างสรรค์กว่า หรือแม้แต่การใช้เวลาเหล่านั้น ในการพัฒนานวัตกรรมองค์กรให้เกิดขึ้นในองค์กรได้ อย่างการที่องค์กรระดับโลกอย่าง Netflix ให้พนักงานเลิกทำสิ่งที่ไม่จำเป็น เพื่อให้พนักงานซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่มีค่ากับองค์กร ไปทำสิ่งที่เค้าถนัด และ impact กับองค์กรจริงๆ


สรุป Corporate Innovation & Transformation Trends 2021

6 เทรนด์ ที่จะช่วยให้องค์กรของคุณ เปลี่ยนแปลงด้วยนวัตกรรม และก้าวทันโลกในปี 2021


Trend #1: Resilient and Springboard Leaders

ฟื้นตัวและนำพาองค์กรก้าวไปข้างหน้าอย่างก้าวกระโดด ผ่านผู้นำองค์กร


Trend #2: Everyone Own Their Owned Change: Not Only Change Agents But Everybody Can Change Their Own Game

ไม่ใช่แค่ "Change Agents" แต่ "ทุกคน" คือผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงองค์กร


Trend #3: Outcome-focused: To Build the Tangible, Actionable, and Measurable Innovation

แค่ไอเดียอย่างเดียวไม่พอ ถึงเวลาของการพัฒนา นวัตกรรม “ให้เกิดขึ้นจริง” “ใช้งานได้จริง”และ “วัดผลได้จริง”


Trend #4: Cross-industry Innovation: Collaboration and Partnership Across Industries

ข้ามขีดจำกัดนวัตกรรม ด้วยความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม


Trend #5: Overcome the Disruption with Exponential and Deep Technology

ก้าวข้ามการถูก disrupt ด้วยนวัตกรรมองค์กรจากเทคโนโลยีขั้นสูง


Trend #6: Automation for Innovation

ขับเคลื่อนนวัตกรรมองค์กร ด้วยระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ


ดาวน์โหลดรีพอร์ตฉบับเต็ม พร้อมแนวทางปฏิบัติ ได้ที่ bit.ly/CorporateInnovationTrends2021


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรมองค์กรได้ที่


Facebook: RISECorporateInnovation

Email: hello@riseaccel.com

Phone: (+66) 2 046 2929


Website: riseaccel.com

Be the first to get our updates and special offers

RISE (Headquarter)

127 Gaysorn Tower, Level 22, Unit A, D, E, F, Corridor, Ratchadamri Road, Lumpini, Pathumwan,

Bangkok 10330

Phone : (+66) 2 256 9918

E-mail : hello@riseaccel.com